คู่มือการใช้งานทั่วไปCHAPTER 05

งานบัญชีเบื้องต้น

บทนี้เขียนให้คนที่ไม่ได้เรียนบัญชีมาก่อน อ่านรู้เรื่อง — รู้ว่าโมดูลฝั่งบัญชีมีอะไร ใช้เมื่อไร และหน้าที่ของแต่ละบทบาทต่อข้อมูลบัญชี

ปรับปรุง: กันยายน 2569พิสูจน์จากหน้าจอระบบจริง

5.1ศัพท์บัญชี 4 คำที่ต้องรู้ก่อน

คำแปลง่าย ๆตัวอย่าง
ลูกหนี้ (Accounts Receivable)คนที่ซื้อของเราแล้ว แต่ยังไม่จ่ายเงินเราขายเครดิต 30 วัน ให้ร้านเพื่อนบ้าน
เจ้าหนี้ (Accounts Payable)คนที่เราซื้อของเขา แต่เรายังไม่จ่ายเขารับของจากผู้ขาย เครดิต 15 วัน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ภาษี 7% ที่เก็บจากลูกค้าตอนขาย แล้วนำส่งสรรพากรขาย 1,000 บาท + VAT 70 บาท = รับ 1,070
บัญชีแยกประเภท (General Ledger)สมุดรวมทุกรายการเงินเข้า-ออกของบริษัทรายงานงบทดลอง/งบการเงินดึงมาจากส่วนนี้

5.2โมดูลฝั่งบัญชีในแถบเมนู

โมดูลใช้ทำอะไรใครใช้บ่อย
ลูกหนี้ทะเบียนลูกค้า ติดตามยอดค้างรับ รับชำระหนี้ขาย + บัญชี
เจ้าหนี้ทะเบียนผู้ขาย ยอดค้างจ่าย จ่ายชำระหนี้จัดซื้อ + บัญชี
เงินสดและธนาคารบันทึกรับ-จ่ายเงิน แยกตามบัญชีธนาคาร/กระเป๋าเงินสดบัญชี + เจ้าของ
ภาษีมูลค่าเพิ่มรวมรายการภาษีขาย-ภาษีซื้อ สำหรับยื่น ภ.พ.30 รายเดือนบัญชี
สินทรัพย์และค่าเสื่อมราคาทะเบียนสินทรัพย์ (รถ เครื่องจักร คอมฯ) และค่าเสื่อมรายงวดบัญชี
บัญชีแยกประเภทผังบัญชี รายการบัญชี และรายงานการเงินของบริษัทบัญชี + ผู้สอบ
หมายเหตุ
เมนูเหล่านี้แสดงเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์ “บัญชี” (ACCOUNTING) — การมอบสิทธิ์ทำที่หน้าตั้งค่าระบบ โดยผู้ดูแล (ดูคู่มืออ้างอิง บทที่ 3)

5.3VAT 7% ทำงานอย่างไรในเอกสาร

account.bcaicloud.com
สรุปยอดพร้อม VAT 7% ในฟอร์มขาย
ท้ายฟอร์มเอกสารขาย ระบบสรุป 3 บรรทัดให้เอง: รวมมูลค่าสินค้า → ภาษีมูลค่าเพิ่ม (7%) → รวมทั้งสิ้น — ตัวเลขนี้คือฐานของรายงานภาษีขาย
  • ฝั่งขาย: VAT ที่เก็บจากลูกค้า = ภาษีขาย (นำส่งสรรพากร)
  • ฝั่งซื้อ: VAT ที่จ่ายให้ผู้ขาย = ภาษีซื้อ (นำมาหัก)
  • ยอดนำส่ง = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ → รายงานในโมดูลภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ควรระวัง
บิล/ใบกำกับภาษีที่ยังไม่อนุมัติในระบบ อย่านำไปรวมยื่นภาษี — ให้จัดการอนุมัติให้ครบก่อนสิ้นเดือน

5.4ลำดับงานเบื้องต้นประจำเดือน (สำหรับทีม)

ลำดับงานผู้รับผิดชอบ
1ผู้ขาย/จัดซื้อ/คลัง บันทึกเอกสารให้ครบถ้วนของเดือนทุกฝ่าย
2ตรวจนับสต๊อก (ถ้ามีกำหนด) และปรับปรุงหลังตรวจนับคลัง
3ตรวจเอกสารสถานะอนุมัติ จับคู่รับ-จ่ายเงินกับลูกหนี้/เจ้าหนี้บัญชี
4ตรวจรายงานภาษีขาย-ซื้อ แล้วยื่น ภ.พ.30 (ภายในวันที่ 15)บัญชี
5ปิดท้ายเดือน: ทบทวนบัญชีแยกประเภท และจัดเก็บเอกสารบัญชี + หัวหน้า

ระบบช่วยได้ตรงที่ทุกเอกสารมีสถานะและเส้นทางชัดเจน ทีมจึงรู้ได้ว่าเดือนไหน “ครบ” หรือยังมีค้าง — ดูได้จากตัวเลขค้างบนหน้าภาพรวมของแต่ละโมดูล

5.5มุมมองการใช้งานตามบทบาท

มุมมองนักบัญชี
  • โมดูลหลักของเรา: เจ้าหนี้ ลูกหนี้ เงินสดและธนาคาร ภาษีมูลค่าเพิ่ม บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์และค่าเสื่อม
  • นำเอกสารสถานะ “อนุมัติ” จากฝั่งขาย/ซื้อ/คลัง มาตรวจและลงบัญชีต่อ — ฉบับร่างยังห้ามลง
  • ตรวจ VAT 7% ในเอกสารกับรายงานภาษีขาย/ซื้อให้ตรงกันทุกเดือนก่อนยื่น ภ.พ.30
มุมมองผู้เชี่ยวชาญบัญชี
  • โครงสร้างโมดูลตรงกับวงจรบัญชีครบ: ขาย(ลูกหนี้)-ซื้อ(เจ้าหนี้)-เงินสด-สินค้าคงคลัง-สินทรัพย์-บัญชีแยกประเภท
  • การแยกบริษัท/สาขาในระบบรองรับการปิดงบรายนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และงบรวมกลุ่มตาม TAS 1
  • ค่าเสื่อมราคามีโมดูลเฉพาะ สะดวกต่อการทำตารางค่าเสื่อมประจำปีตาม TAS 16 ก่อนปิดงบ
มุมมองเจ้าของกิจการ
  • ดูภาพรวมการเงินได้จากโมดูลเงินสดและธนาคาร และฐานะลูกหนี้/เจ้าหนี้ เพื่อวางแผนเงิน
  • ก่อนเทศกาล/สิ้นเดือน เช็กลูกหนี้ค้างรับและเจ้าหนี้ค้างจ่าย จะได้เร่งเก็บ/เตรียมจ่าย
  • กำหนดให้ทุกเอกสารอนุมัติก่อนถึงเดือนปิดงาน เพื่อให้ตัวเลขงบครบถ้วนทันเวลา
มุมมองพนักงาน
  • หน้าที่ของเราคือบันทึกเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน — ฝั่งบัญชีจะนำไปใช้ต่อ
  • กรอกชื่อคู่ค้า/หมายเหตุให้ชัด เพราะนักบัญชีใช้ค้นหาและจับคู่รายการจากข้อมูลนี้
  • ถ้าลูกค้า/ผู้ขายรายใหม่ แจ้งบัญชีก่อนออกเอกสาร เพื่อเปิดทะเบียนคู่ค้า
มุมมองผู้ใช้ทั่วไป
  • ไม่ต้องกลัวศัพท์บัญชี — ลูกหนี้=คนที่ซื้อของเรายังไม่จ่าย, เจ้าหนี้=คนที่เราซื้อยังไม่จ่ายเขา
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ระบบคำนวณให้ในทุกเอกสารขาย/ซื้ออยู่แล้ว
  • เมนูบัญชีเห็นเฉพาะเมื่อมีสิทธิ์ — ถ้าจำเป็นต้องใช้ ขอผู้ดูแลเปิดชุดสิทธิ์ “บัญชี”